VIEW VIDEO

บริการที่เราแนะนำ

VIEW VIDEO

บริการที่เราแนะนำ

โปรแกรม Dermal Filler

จาก Hertitude Clinic

เมื่อเวลาผ่านไป ใบหน้าของเราจะเริ่ม สูญเสียคอลลาเจนและไขมันใต้ผิว ส่งผลให้ กรอบหน้าไม่ชัด แก้มตอบ ร่องแก้มลึก และใต้ตาหย่อน ทำให้คุณดูแก่กว่าวัยโดยไม่รู้ตัว แต่ไม่ต้องกังวล เพราะ Filler คือทางลัดสู่ใบหน้าที่ เรียวสวย กระชับ และอ่อนเยาว์ โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น

ภาพอธิบาย ลักษณะตัวอย่างของเนื้อฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม เนื้อกลาง เนื้อแข็ง

ฟิลเลอร์ (Dermal Filler) สารเติมเต็มใต้ผิวหนัง ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยแก้ปัญหาผิวและปรับรูปหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยทั่วไปทำจาก Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกาย ทำให้ปลอดภัยและย่อยสลายได้เอง

ในปัจจุบันเนื้อฟิลเลอร์ถูกเป็น 3 ชนิด ไม่ว่าจะเป็น เนื้อแข็ง เนื้อกลาง และเนื้อนิ่มเป็นหัตถการยอดนิยมที่ช่วยแก้ปัญหาร่องลึก ริ้วรอย รวมถึงการปรับรูปหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่คำถามที่หลายคนสงสัยคือ ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนเหมาะกับเราที่สุด? วันนี้เราจะพาไปหาคำตอบกัน

เจาะลึกฟิลเลอร์แต่ละแบรนด์ UltraV, Belotero, Juvederm และ Definisse

ฟิลเลอร์แต่ละแบรนด์

1. UltraV (เกาหลี)

  • จุดเด่น: ราคาคุ้มค่า เข้าถึงง่าย คุณภาพได้มาตรฐาน อย.ไทย
  • ความคงทน: 6–12 เดือน
  • Product: Soft, Medium, Hard (แตกต่างตามความหนืดและจุดฉีด)

2. Belotero (สวิตเซอร์แลนด์)

  • เทคโนโลยี: CPM (Cohesive Polydensified Matrix) เนื้อเจลเนียนละเอียด กระจายตัวสม่ำเสมอ ไม่เป็นก้อน
  • ความคงทน: 12–18 เดือน
  • Product: Belotero Soft, Balance, Intense, Volume (เลือกใช้ตามจุดและระดับความลึก)

3. Juvederm (อเมริกา)

  • เทคโนโลยี: Vycross™ Technology → รวมโมเลกุล HA ขนาดต่าง ๆ ทำให้เนื้อเจลละเอียด ยืดหยุ่น และคงตัวดี
  • ความคงทน: 18–24 เดือน
  • Product: Voluma (แก้ม/คาง), Volift (ร่องแก้ม), Volbella (ปาก/ใต้ตา), Ultra Plus (เติมเต็มทั่วไป)

4. Definisse (อิตาลี)

  • เทคโนโลยี: XTR™ (eXcellent Three-dimensional Reticulation) สร้างโครงข่ายเจล 3D ที่ยืดหยุ่นและคงรูปไปพร้อมกัน
  • ความคงทน: 12–18 เดือน
  • Product: Touch (ปาก / ริ้วรอยตื้น), Restore (แก้ปัญหาร่องลึก), Core เนื้อแข็ง สำหรับสร้างโครงหน้า (คาง / โหนกแก้ม)

ภาพแสดงตำแหน่งในการฉีดฟิลเลอร์ที่เป็นจุดยิดนิยม

บริเวณยอดนิยมในการฉีด Filler และผลลัพธ์

  • ฟิลเลอร์ใต้ตา – ช่วยเติมเต็มร่องลึก ลดรอยคล้ำ ทำให้ดวงตาดูสดใสขึ้น
  • ฟิลเลอร์ร่องแก้ม – ลดรอยลึกที่ทำให้หน้าดูแก่ คืนความเรียบเนียนให้ผิว
  • ฟิลเลอร์แก้มตอบและขมับ – เติมเต็มให้ใบหน้าดูอิ่มฟู มีมิติ ไม่โทรม
  • ฟิลเลอร์คางและกรอบหน้า – ปรับรูปหน้าให้เรียว สร้าง V-Shape และทำให้กรอบหน้าคมชัด
  • ฟิลเลอร์ปาก – เพิ่มความอวบอิ่ม ชุ่มชื้น และปรับรูปทรงให้สวยเป็นธรรมชาติ

Filler เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่มีปัญหา ร่องลึก ร่องแก้ม ใต้ตาคล้ำ ทำให้หน้าดูโทรมและแก่กว่าวัย
  • ผู้ที่มี แก้มตอบ ขมับยุบ อยากให้ใบหน้าดูอิ่มฟู มีมิติมากขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการ ปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วน เช่น เติมคางให้เรียว กรอบหน้าคม หรือเพิ่มความอวบอิ่มให้ริมฝีปาก
  • คนที่ไม่อยากผ่าตัด ไม่อยากพักฟื้นนาน แต่ต้องการผลลัพธ์ที่เห็นทันที

คุณหมอกำลังประเมินรูปหน้าและแก้ปัญหาตามความต้องการของคนไข้

ทำไมต้องฉีด Filler ที่ Hertitude Clinic?

กำลังมองหาคลินิกฉีด Filler ปรับรูปหน้า ที่ปลอดภัยและได้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติใช่ไหม? ที่ Hertitude Clinic เราเลือกใช้เฉพาะ ฟิลเลอร์แท้จากแบรนด์ระดับโลก และดำเนินการโดย แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านการปรับรูปหน้า เท่านั้น

  • ประเมินรูปหน้าอย่างละเอียดก่อนทำ
  • มีเทคนิคการรักษาเฉพาะที่ Hertitude ออกแบบการฉีดเฉพาะบุคคล ไม่ใช้สูตรสำเร็จ
  • เลือกชนิดและปริมาณฟิลเลอร์ให้เหมาะกับปัญหาแต่ละจุด
  • บริการแบบ Private ปลอดภัย มั่นใจในมาตรฐาน

ที่ Hertitude Clinic เราใส่ใจทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวิเคราะห์ปัญหา ออกแบบการรักษา ไปจนถึงการติดตามผล เพื่อให้คุณมั่นใจว่าได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม ปลอดภัย และตรงใจที่สุด

บรรยากาศภาพคนไข้ที่เข้ารับบริการโปรแกรม Dermal Filler

วิธีดูแลตัวเองหลังฉีด Filler เพื่อผลลัพธ์ที่สวยและปลอดภัย

1. หลีกเลี่ยงการกดหรือถูบริเวณที่ฉีด

  • ไม่นวดหน้าแรง ๆ หรือกดบริเวณที่ฉีดอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  • การกดแรงอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนตัว ทำให้รูปหน้าไม่สมดุล

2. งดออกกำลังกายหนัก

  • 24–48 ชั่วโมงแรก หลังฉีดควรงดการออกกำลังกายที่ทำให้เหงื่อออกมาก
  • ความร้อนและการออกแรงมากอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนและบวมช้ำ

3. ระวังความร้อนและแสงแดดจัด

  • หลีกเลี่ยง ซาวน่า, อบไอน้ำ หรือแดดแรง ใน 1–2 วันแรก
  • ใช้ ครีมกันแดด SPF 30+ ช่วยปกป้องผิวและคงรูปฟิลเลอร์

4. งดแอลกอฮอล์และยาบางชนิด

  • งดดื่ม แอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมง หลังฉีด
  • หากใช้ยาละลายลิ่มเลือด เช่น aspirin หรือ warfarin ควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีด

5. ติดตามผลและปรึกษาแพทย์หากผิดปกติ

  • อาการบวม แดง หรือเขียวเล็กน้อยเป็นเรื่องปกติ
  • หากมี อาการรุนแรง เช่น ปวดมาก, หน้าเบี้ยว, ชาหรือซีดผิดปกติ ต้องรีบติดต่อแพทย์ทันที

6. การปรับพฤติกรรมระยะยาว

  • พักผิวและดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • ทาครีมบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น
  • ฉีดซ้ำตามคำแนะนำแพทย์เพื่อคงผลลัพธ์

ตัวอย่างผลลัพธ์หลังทำโปรแกรม Dermal Filler

ตัวอย่างผลลัพธ์การรักษา

เคสคนไข้ อายุ 30+ ฟิลเลอร์ร่องแก้ม

ตัวอย่างผลลัพธ์การรักษา

เคสคนไข้ อายุ 35+ ฟิลเลอร์ใต้ตา

ตัวอย่างผลลัพธ์การรักษา

เคสคนไข้ อายุ 20+ ฟิลเลอร์คาง

ตัวอย่างผลลัพธ์การรักษา

เคสคนไข้ อายุ 50+ ฟิลเลอร์จมูก

ตัวอย่างผลลัพธ์การรักษา

เคสคนไข้ อายุ 30+ ฟิลเลอร์ปาก

ตัวอย่างผลลัพธ์การรักษา

เคสคนไข้ อายุ 40+ ฟิลเลอร์ร่องแก้ม

โปรแกรม Dermal Filler

จาก Hertitude Clinic

เมื่อเวลาผ่านไป ใบหน้าของเราจะเริ่ม สูญเสียคอลลาเจนและไขมันใต้ผิว ส่งผลให้ กรอบหน้าไม่ชัด แก้มตอบ ร่องแก้มลึก และใต้ตาหย่อน ทำให้คุณดูแก่กว่าวัยโดยไม่รู้ตัว แต่ไม่ต้องกังวล เพราะ Filler คือทางลัดสู่ใบหน้าที่ เรียวสวย กระชับ และอ่อนเยาว์ โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น

ภาพอธิบาย ลักษณะตัวอย่างของเนื้อฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม เนื้อกลาง เนื้อแข็ง

ฟิลเลอร์ (Dermal Filler) สารเติมเต็มใต้ผิวหนัง ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยแก้ปัญหาผิวและปรับรูปหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยทั่วไปทำจาก Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกาย ทำให้ปลอดภัยและย่อยสลายได้เอง

ในปัจจุบันเนื้อฟิลเลอร์ถูกเป็น 3 ชนิด ไม่ว่าจะเป็น เนื้อแข็ง เนื้อกลาง และเนื้อนิ่มเป็นหัตถการยอดนิยมที่ช่วยแก้ปัญหาร่องลึก ริ้วรอย รวมถึงการปรับรูปหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่คำถามที่หลายคนสงสัยคือ ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนเหมาะกับเราที่สุด? วันนี้เราจะพาไปหาคำตอบกัน

เจาะลึกฟิลเลอร์แต่ละแบรนด์ UltraV, Belotero, Juvederm และ Definisse

ฟิลเลอร์แต่ละแบรนด์

1. UltraV (เกาหลี)

  • จุดเด่น: ราคาคุ้มค่า เข้าถึงง่าย คุณภาพได้มาตรฐาน อย.ไทย
  • ความคงทน: 6–12 เดือน
  • Product: Soft, Medium, Hard (แตกต่างตามความหนืดและจุดฉีด)

2. Belotero (สวิตเซอร์แลนด์)

  • เทคโนโลยี: CPM (Cohesive Polydensified Matrix) เนื้อเจลเนียนละเอียด กระจายตัวสม่ำเสมอ ไม่เป็นก้อน
  • ความคงทน: 12–18 เดือน
  • Product: Belotero Soft, Balance, Intense, Volume (เลือกใช้ตามจุดและระดับความลึก)

3. Juvederm (อเมริกา)

  • เทคโนโลยี: Vycross™ Technology → รวมโมเลกุล HA ขนาดต่าง ๆ ทำให้เนื้อเจลละเอียด ยืดหยุ่น และคงตัวดี
  • ความคงทน: 18–24 เดือน Product: Voluma (แก้ม/คาง), Volift (ร่องแก้ม), Volbella (ปาก/ใต้ตา), Ultra Plus (เติมเต็มทั่วไป)

4. Definisse (อิตาลี)

  • เทคโนโลยี: XTR™ (eXcellent Three-dimensional Reticulation) สร้างโครงข่ายเจล 3D ที่ยืดหยุ่นและคงรูปไปพร้อมกัน
  • ความคงทน: 12–18 เดือน
  • Product: Touch (ปาก / ริ้วรอยตื้น), Restore (แก้ปัญหาร่องลึก), Core เนื้อแข็ง สำหรับสร้างโครงหน้า (คาง / โหนกแก้ม)

ภาพแสดงตำแหน่งในการฉีดฟิลเลอร์ที่เป็นจุดยิดนิยม

บริเวณยอดนิยมในการฉีด Filler และผลลัพธ์

  • ฟิลเลอร์ใต้ตา – ช่วยเติมเต็มร่องลึก ลดรอยคล้ำ ทำให้ดวงตาดูสดใสขึ้น
  • ฟิลเลอร์ร่องแก้ม – ลดรอยลึกที่ทำให้หน้าดูแก่ คืนความเรียบเนียนให้ผิว
  • ฟิลเลอร์แก้มตอบและขมับ – เติมเต็มให้ใบหน้าดูอิ่มฟู มีมิติ ไม่โทรม
  • ฟิลเลอร์คางและกรอบหน้า – ปรับรูปหน้าให้เรียว สร้าง V-Shape และทำให้กรอบหน้าคมชัด
  • ฟิลเลอร์ปาก – เพิ่มความอวบอิ่ม ชุ่มชื้น และปรับรูปทรงให้สวยเป็นธรรมชาติ

Filler เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่มีปัญหา ร่องลึก ร่องแก้ม ใต้ตาคล้ำ ทำให้หน้าดูโทรมและแก่กว่าวัย
  • ผู้ที่มี แก้มตอบ ขมับยุบ อยากให้ใบหน้าดูอิ่มฟู มีมิติมากขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการ ปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วน เช่น เติมคางให้เรียว กรอบหน้าคม หรือเพิ่มความอวบอิ่มให้ริมฝีปาก
  • คนที่ไม่อยากผ่าตัด ไม่อยากพักฟื้นนาน แต่ต้องการผลลัพธ์ที่เห็นทันที

คุณหมอกำลังประเมินรูปหน้าและแก้ปัญหาตามความต้องการของคนไข้

ทำไมต้องฉีด Filler ที่ Hertitude Clinic?

กำลังมองหาคลินิกฉีด Filler ปรับรูปหน้า ที่ปลอดภัยและได้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติใช่ไหม? ที่ Hertitude Clinic เราเลือกใช้เฉพาะ ฟิลเลอร์แท้จากแบรนด์ระดับโลก และดำเนินการโดย แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านการปรับรูปหน้า เท่านั้น

  • ประเมินรูปหน้าอย่างละเอียดก่อนทำ
  • มีเทคนิคการรักษาเฉพาะที่ Hertitude ออกแบบการฉีดเฉพาะบุคคล ไม่ใช้สูตรสำเร็จ
  • เลือกชนิดและปริมาณฟิลเลอร์ให้เหมาะกับปัญหาแต่ละจุด
  • บริการแบบ Private ปลอดภัย มั่นใจในมาตรฐาน

ที่ Hertitude Clinic เราใส่ใจทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวิเคราะห์ปัญหา ออกแบบการรักษา ไปจนถึงการติดตามผล เพื่อให้คุณมั่นใจว่าได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม ปลอดภัย และตรงใจที่สุด

บรรยากาศภาพคนไข้ที่เข้ารับบริการโปรแกรม Dermal Filler

วิธีดูแลตัวเองหลังฉีด Filler เพื่อผลลัพธ์ที่สวยและปลอดภัย

1. หลีกเลี่ยงการกดหรือถูบริเวณที่ฉีด

  • ไม่นวดหน้าแรง ๆ หรือกดบริเวณที่ฉีดอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  • การกดแรงอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนตัว ทำให้รูปหน้าไม่สมดุล

2. งดออกกำลังกายหนัก

  • 24–48 ชั่วโมงแรก หลังฉีดควรงดการออกกำลังกายที่ทำให้เหงื่อออกมาก
  • ความร้อนและการออกแรงมากอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนและบวมช้ำ

3. ระวังความร้อนและแสงแดดจัด

  • หลีกเลี่ยง ซาวน่า, อบไอน้ำ หรือแดดแรง ใน 1–2 วันแรก
  • ใช้ ครีมกันแดด SPF 30+ ช่วยปกป้องผิวและคงรูปฟิลเลอร์

4. งดแอลกอฮอล์และยาบางชนิด

  • งดดื่ม แอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมง หลังฉีด
  • หากใช้ยาละลายลิ่มเลือด เช่น aspirin หรือ warfarin ควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีด

5. ติดตามผลและปรึกษาแพทย์หากผิดปกติ

  • อาการบวม แดง หรือเขียวเล็กน้อยเป็นเรื่องปกติ
  • หากมี อาการรุนแรง เช่น ปวดมาก, หน้าเบี้ยว, ชาหรือซีดผิดปกติ ต้องรีบติดต่อแพทย์ทันที

6. การปรับพฤติกรรมระยะยาว

  • พักผิวและดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • ทาครีมบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น
  • ฉีดซ้ำตามคำแนะนำแพทย์เพื่อคงผลลัพธ์

ตัวอย่างผลลัพธ์หลังทำโปรแกรม Dermal Filler

ตัวอย่างผลลัพธ์การรักษา

เคสคนไข้ อายุ 30+ ฟิลเลอร์ร่องแก้ม

ตัวอย่างผลลัพธ์การรักษา

เคสคนไข้ อายุ 35+ ฟิลเลอร์ใต้ตา

ตัวอย่างผลลัพธ์การรักษา

เคสคนไข้ อายุ 20+ ฟิลเลอร์คาง

ตัวอย่างผลลัพธ์การรักษา

เคสคนไข้ อายุ 50+ ฟิลเลอร์จมูก

ตัวอย่างผลลัพธ์การรักษา

เคสคนไข้ อายุ 30+ ฟิลเลอร์ปาก

ตัวอย่างผลลัพธ์การรักษา

เคสคนไข้ อายุ 40+ ฟิลเลอร์ร่องแก้ม

โปรแกรม Dermal Filler

จาก Hertitude Clinic

เมื่อเวลาผ่านไป ใบหน้าของเราจะเริ่ม สูญเสียคอลลาเจนและไขมันใต้ผิว ส่งผลให้ กรอบหน้าไม่ชัด แก้มตอบ ร่องแก้มลึก และใต้ตาหย่อน ทำให้คุณดูแก่กว่าวัยโดยไม่รู้ตัว แต่ไม่ต้องกังวล เพราะ Filler คือทางลัดสู่ใบหน้าที่ เรียวสวย กระชับ และอ่อนเยาว์ โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น

ภาพอธิบาย ลักษณะตัวอย่างของเนื้อฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม เนื้อกลาง เนื้อแข็ง

ฟิลเลอร์ (Dermal Filler) สารเติมเต็มใต้ผิวหนัง ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยแก้ปัญหาผิวและปรับรูปหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยทั่วไปทำจาก Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกาย ทำให้ปลอดภัยและย่อยสลายได้เอง

ในปัจจุบันเนื้อฟิลเลอร์ถูกเป็น 3 ชนิด ไม่ว่าจะเป็น เนื้อแข็ง เนื้อกลาง และเนื้อนิ่มเป็นหัตถการยอดนิยมที่ช่วยแก้ปัญหาร่องลึก ริ้วรอย รวมถึงการปรับรูปหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่คำถามที่หลายคนสงสัยคือ ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนเหมาะกับเราที่สุด? วันนี้เราจะพาไปหาคำตอบกัน

เจาะลึกฟิลเลอร์แต่ละแบรนด์ UltraV, Belotero, Juvederm และ Definisse

ฟิลเลอร์แต่ละแบรนด์

1. UltraV (เกาหลี)

  • จุดเด่น: ราคาคุ้มค่า เข้าถึงง่าย คุณภาพได้มาตรฐาน อย.ไทย
  • ความคงทน: 6–12 เดือน
  • Product: Soft, Medium, Hard (แตกต่างตามความหนืดและจุดฉีด)

2. Belotero (สวิตเซอร์แลนด์)

  • เทคโนโลยี: CPM (Cohesive Polydensified Matrix) เนื้อเจลเนียนละเอียด กระจายตัวสม่ำเสมอ ไม่เป็นก้อน
  • ความคงทน: 12–18 เดือน
  • Product: Belotero Soft, Balance, Intense, Volume (เลือกใช้ตามจุดและระดับความลึก)

3. Juvederm (อเมริกา)

  • เทคโนโลยี: Vycross™ Technology → รวมโมเลกุล HA ขนาดต่าง ๆ ทำให้เนื้อเจลละเอียด ยืดหยุ่น และคงตัวดี
  • ความคงทน: 18–24 เดือน Product: Voluma (แก้ม/คาง), Volift (ร่องแก้ม), Volbella (ปาก/ใต้ตา), Ultra Plus (เติมเต็มทั่วไป)

4. Definisse (อิตาลี)

  • เทคโนโลยี: XTR™ (eXcellent Three-dimensional Reticulation) สร้างโครงข่ายเจล 3D ที่ยืดหยุ่นและคงรูปไปพร้อมกัน
  • ความคงทน: 12–18 เดือน
  • Product: Touch (ปาก / ริ้วรอยตื้น), Restore (แก้ปัญหาร่องลึก), Core เนื้อแข็ง สำหรับสร้างโครงหน้า (คาง / โหนกแก้ม)

ภาพแสดงตำแหน่งในการฉีดฟิลเลอร์ที่เป็นจุดยิดนิยม

บริเวณยอดนิยมในการฉีด Filler และผลลัพธ์

  • ฟิลเลอร์ใต้ตา – ช่วยเติมเต็มร่องลึก ลดรอยคล้ำ ทำให้ดวงตาดูสดใสขึ้น
  • ฟิลเลอร์ร่องแก้ม – ลดรอยลึกที่ทำให้หน้าดูแก่ คืนความเรียบเนียนให้ผิว
  • ฟิลเลอร์แก้มตอบและขมับ – เติมเต็มให้ใบหน้าดูอิ่มฟู มีมิติ ไม่โทรม
  • ฟิลเลอร์คางและกรอบหน้า – ปรับรูปหน้าให้เรียว สร้าง V-Shape และทำให้กรอบหน้าคมชัด
  • ฟิลเลอร์ปาก – เพิ่มความอวบอิ่ม ชุ่มชื้น และปรับรูปทรงให้สวยเป็นธรรมชาติ

Filler เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่มีปัญหา ร่องลึก ร่องแก้ม ใต้ตาคล้ำ ทำให้หน้าดูโทรมและแก่กว่าวัย
  • ผู้ที่มี แก้มตอบ ขมับยุบ อยากให้ใบหน้าดูอิ่มฟู มีมิติมากขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการ ปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วน เช่น เติมคางให้เรียว กรอบหน้าคม หรือเพิ่มความอวบอิ่มให้ริมฝีปาก
  • คนที่ไม่อยากผ่าตัด ไม่อยากพักฟื้นนาน แต่ต้องการผลลัพธ์ที่เห็นทันที

คุณหมอกำลังประเมินรูปหน้าและแก้ปัญหาตามความต้องการของคนไข้

ทำไมต้องฉีด Filler ที่ Hertitude Clinic?

กำลังมองหาคลินิกฉีด Filler ปรับรูปหน้า ที่ปลอดภัยและได้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติใช่ไหม? ที่ Hertitude Clinic เราเลือกใช้เฉพาะ ฟิลเลอร์แท้จากแบรนด์ระดับโลก และดำเนินการโดย แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านการปรับรูปหน้า เท่านั้น

  • ประเมินรูปหน้าอย่างละเอียดก่อนทำ
  • มีเทคนิคการรักษาเฉพาะที่ Hertitude ออกแบบการฉีดเฉพาะบุคคล ไม่ใช้สูตรสำเร็จ
  • เลือกชนิดและปริมาณฟิลเลอร์ให้เหมาะกับปัญหาแต่ละจุด
  • บริการแบบ Private ปลอดภัย มั่นใจในมาตรฐาน

ที่ Hertitude Clinic เราใส่ใจทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวิเคราะห์ปัญหา ออกแบบการรักษา ไปจนถึงการติดตามผล เพื่อให้คุณมั่นใจว่าได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม ปลอดภัย และตรงใจที่สุด

บรรยากาศภาพคนไข้ที่เข้ารับบริการโปรแกรม Dermal Filler

วิธีดูแลตัวเองหลังฉีด Filler เพื่อผลลัพธ์ที่สวยและปลอดภัย

1. หลีกเลี่ยงการกดหรือถูบริเวณที่ฉีด

  • ไม่นวดหน้าแรง ๆ หรือกดบริเวณที่ฉีดอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  • การกดแรงอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนตัว ทำให้รูปหน้าไม่สมดุล

2. งดออกกำลังกายหนัก

  • 24–48 ชั่วโมงแรก หลังฉีดควรงดการออกกำลังกายที่ทำให้เหงื่อออกมาก
  • ความร้อนและการออกแรงมากอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนและบวมช้ำ

3. ระวังความร้อนและแสงแดดจัด

  • หลีกเลี่ยง ซาวน่า, อบไอน้ำ หรือแดดแรง ใน 1–2 วันแรก
  • ใช้ ครีมกันแดด SPF 30+ ช่วยปกป้องผิวและคงรูปฟิลเลอร์

4. งดแอลกอฮอล์และยาบางชนิด

  • งดดื่ม แอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมง หลังฉีด
  • หากใช้ยาละลายลิ่มเลือด เช่น aspirin หรือ warfarin ควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีด

5. ติดตามผลและปรึกษาแพทย์หากผิดปกติ

  • อาการบวม แดง หรือเขียวเล็กน้อยเป็นเรื่องปกติ
  • หากมี อาการรุนแรง เช่น ปวดมาก, หน้าเบี้ยว, ชาหรือซีดผิดปกติ ต้องรีบติดต่อแพทย์ทันที

6. การปรับพฤติกรรมระยะยาว

  • พักผิวและดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • ทาครีมบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น
  • ฉีดซ้ำตามคำแนะนำแพทย์เพื่อคงผลลัพธ์

ตัวอย่างผลลัพธ์หลังทำโปรแกรม Dermal Filler

ตัวอย่างผลลัพธ์การรักษา

เคสคนไข้ อายุ 30+ ฟิลเลอร์ร่องแก้ม

ตัวอย่างผลลัพธ์การรักษา

เคสคนไข้ อายุ 35+ ฟิลเลอร์ใต้ตา

ตัวอย่างผลลัพธ์การรักษา

เคสคนไข้ อายุ 20+ ฟิลเลอร์คาง

ตัวอย่างผลลัพธ์การรักษา

เคสคนไข้ อายุ 50+ ฟิลเลอร์จมูก

ตัวอย่างผลลัพธ์การรักษา

เคสคนไข้ อายุ 30+ ฟิลเลอร์ปาก

ตัวอย่างผลลัพธ์การรักษา

เคสคนไข้ อายุ 40+ ฟิลเลอร์ร่องแก้ม